วันอาทิตย์ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

หุ้นคืออะไร?

หุ้นคืออะไร?
การซื้อขายใบหุ้นมีได้ทั้งกำไรและขาดทุน จริงๆแล้วใบหุ้นคืออะไรกันเล่า?  กล่าวอย่างเป็นทางการแล้ว “หุ้น” ก็คือ “หุ้นส่วน” “ใบหุ้น” คือแผ่นกระดาษที่เป็นตราสารแสดงหุ้นส่วน ด้วยเหตุนี้ คำว่า “ใบหุ้น” และ “หุ้นส่วน” จึงอาจกล่าวได้ว่า เป็นคำที่แสดงความหมายของสิ่งเดียวกันนั่นเอง
“บริษัทหุ้นส่วนจำกัด” ชื่อของมันก็บอกอยู่แล้วว่าคือบริษัทที่ออกใบหุ้น หรือกล่าวในทางกลับกัน การที่บริษัทนี้ทำการออกใบหุ้นนี้เอง มันจึงกลายเป็นบริษัทหุ้นส่วนไป ในการก่อตั้งกิจการขนาดใหญ่นั้นทุนจำนวนมหาศาลย่อมเป็นสิ่งที่จะขาดเสียมิได้ ตัวอย่างเช่น ถ้าหากคุณคิดจะก่อตั้งกิจการด้านการผลิตก็จะต้องซื้อหรือเช่าที่ดินเพื่อก่อสร้างโรงงานแล้วติดตั้งเครื่องจักรขึ้นมา หรือถ้าคิดจะทำกิจการค้าก็จะต้องเตรียมร้าน,ตกแต่งร้าน, มีหิ้งหรือตู้สำหรับวางขายสินค้าและรถยนต์สำหรับขนส่งให้พร้อม การตระเตรียมลงทุนในส่วนเหล่านี้เรียกว่าเป็น “ทุนคงที่” การลงทุนในส่วนของทุนคงที่แบบนี้ให้พร้อมได้นั้น ถ้าหากคุณมิใช่เป็นคนที่มีเงิน คิดอาศัยจะเริ่มต้นจากตัวเองหรือหยิบยืมจากญาติพี่น้องแล้วนั่นแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย นอกจากนี้แล้วถ้าเงินทุนที่หามาไม่พอที่จะใช้จ่ายในระยะยาว ก็ต้องยุ่งอยู่กับการรวบรวมหาแหล่งเงินทุนจนไม่อาจบริหารกิจการด้วยความสบายใจได้
                ด้วยเหตุนี้มันจึงเกิดกระบวนการระดมทุนระยะยาวจากคนจำนวนมากๆขึ้นมา ซึ่งก็คือบริษัทหุ้นส่วนจำกัดนั่นเอง เพื่อที่จะยืมเงินทุนระยะยาวเช่นนี้ บริษัทหุ้นส่วนก็จะประกาศหาผู้ลงทุนโดยการออกใบหุ้นให้แก่ผู้ออกเงินลงทุน เงินที่ระดมรวบรวมมาด้วยวิธีการเช่นนี้ก็จะกลายเป็นทุนของบริษัท และในขณะเดียวกันผู้ที่ลงทุนก็จะกลายเป็นผู้ถือหุ้น
                อย่างไรก็ตามเมื่อเริ่มต้นกิจการ มันก็มิใช่จะราบรื่นเหมือนกับแล่นเรือยามทะเลสงบ ตัวอย่างของบริษัทที่มีหุ้นเพียง 50 ล้านเหรืยญ แต่กลับขาดทุนมากถึง 30,000 ล้านเหรียญจนต้องล้มละลายไปก็เคยมีมาแล้ว ถ้าหากเอายอดเงินที่ขาดทุนจำนวนนี้มาแบ่งตามจำนวนผู้ถือหุ้นเพื่อให้ชดใช้หนี้แล้ว นั่นก็จะเป็นตัวเลขที่มหาศาลมากทีเดียว
                ในกรณีที่เป็นห้างร้านส่วนบุคคล ก็จะต้องชำระหนี้สินนี้ทั้งหมด แต่ถ้าหากเป็นบริษัทหุ้นส่วนจำกัด ผู้ที่ออกเงินลงทุนจะไม่ต้องรับผิดชอบต่อหนี้สินที่เกินกว่ายอดเงินลงทุนของตนเองแต่อย่างไร สมมุติว่าเขาออกเงินลงทุน 100,000 เหรียญ ถึงแม้ว่าหนี้สินขาดทุนจะมากมายเป็นพันหมื่นล้าน แต่เขาก็จะขาดทุนไปเพียงแค่ 100,000 เหรียญเท่านั้นเอง เราเรียกว่านี่คือระบบความรับผิดชอบที่มีขีดจำกัดของผู้ถือหุ้น เมื่อเปรียบเทียบกับห้างร้านบุคคล หรือห้างหุ้นส่วนแล้ว การลงทุนแบบบริษัทหุ้นส่วนจึงง่ายกว่าและยังได้รับผลประโยชน์ในด้านภาษีกฎหมายอีกด้วย ด้วยเหตุนี้เอง บริษัทหุ้นส่วนทั้งหลายจึงเกิดขึ้นมามากมายราวกับดอกเห็ด

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น